ยินดีต้อนรับทุกท่าน โปรดเข้าระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่.

ชนิดของกระจกหน้าปัดนาฬิกาข้อมือ

08-12-2013 16:43:45
(4) ที่ชื่นชอบ
   
(11693) เปิดดู

นาฬิกาข้อมือ ชาร์ค สปอร์ต วอช

 

กระจกนาฬิกาแบ่งได้เป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ 4 กลุ่มครับ

กลุ่มแรก คือ Acrylic resin หรือ PMMA ที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ เพล๊กซี่กลาซ นั้นเองครับ เพล๊กซี่กลาซนับได้ว่าเป็นกระจก นาฬิการุ่นแรก ๆ เลย มีน้ำหนักเบา มี specific gravity (ความถ่วงจำเพาะ) 1.16 - 1.20 ความแข็งอยู่ที่ 15 - 30 Hv ทนความร้อนได้ถึง 80 - 100 องศาเซลเซียส มีดัชนีส่งผ่านแสงสว่าง 92 - 93 เปอร์เซ็นต์ และมีดรรชนีหักเหของแสงอยู่ที่ 1.48 - 1.50

เพล๊กซี่กลาซมีข้อดีที่มีความยืดหยุ่นสูงไม่แตกง่าย ทนทานต่อแสงอุลตร้าไวโอเลต เมื่อแตกก็จะไม่มีการระเบิดกระจายเป็นชิ้นเล็ก ๆ ซึ่งข้อดีตรงนี้จะเหมาะกับนาฬิกาเพราะจะไม่มีเศษอะไรหลุดผ่านหน้าปัดนาฬิกาเข้าไปก่อความขัดข้องให้กลไกได้ ในกรณีที่แตก และ ก่อนจะแตกมักจะมีอาการบอกล่วงหน้าให้เราได้รู้และสามารถเตรียมตัวแก้ไขได้ทัน มีน้ำหนักเบา ใส ให้แสงผ่านได้มากที่สุดและเกิดการหักเหน้อยที่สุดในบรรดากระจกนาฬิกาใน 4 กลุ่ม


กลุ่มที่สอง คือ Soda - lime glass ก็คือกระจกธรรมดาที่เรารู้จักกันดีนั้นเอง ซึ่งเป็นส่วนประกอบของธาตุซิลิก้า โซเดี้ยมและแคลเซี่ยม มีความถ่วงจำเพาะ 2.49 - 2.52 ความแข็งอยู่ที่ 550 - 700 Hv ทนความร้อนได้ 680 - 730 องศาเซลเซียส มีดรรชนีส่งผ่านแสงสว่าง 90 - 92 เปอร์เซ็นต์ ดรรชนีหักเหของแสงอยู่ที่ 1.51 - 1.52

กระจกธรรมดามีข้อดีที่ขึ้นรูปได้ง่ายสามารถทำให้เป็นรูปทรงได้หลากหลาย มีความคงทนต่อสภาวะแวดล้อม เป็นรอยได้ยากกว่าเพล็กซี่กลาซ มีความแข็งซึ่งได้เปรียบเพล็กซี่กลาซในกรณีที่เป็นแผ่นเรียบ ราคาถูก ข้อเสียก็คือมีความเปราะ เมื่อแตกก็จะเกิดเศษกระจกเป็นเศษเล็ก ๆ ซึ่งอาจจะหลุดเข้าไปในเครื่องนาฬิกาก่อความเสียหายได้


กลุ่มที่สาม คือ Borodilicate glass กระจกในกลุ่มนี้เป็นกระจกที่พัฒนาขึ้นมาจากกลุ่มที่สอง ทำให้ได้ความแข็งเพิ่มขึ้น ลดความเปราะบางลงไป และเมื่อแตกก็จะเป็นเศษน้อยกว่า บางชนิดมีการพัฒนาในระดับสูงมาก ๆ มีการผสมแร่ลงไปด้วย ทำให้มีความแข็งเพิ่มขึ้นมากกว่ากระจกธรรมดาหลายเท่าซึ่งเป็นเทคนิคของแต่ละบริษัทและมีชื่อเรียกต่าง ๆ กันออกไป แต่โครงสร้างเดิม ๆ ก็คือกระจกธรรมดาที่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพนั้นเอง


กลุ่มที่สี่ Sapphire ก็คือกระจกซัฟไฟท์ ที่เรารู้จักกันดีนั้นเอง แซฟไฟท์ไม่ใช่กระจก แต่เป็นผลึกของอลูมิเนียมออกไซด์ การได้มาของซัฟไฟท์จึงไม่ใช่การขึ้นรูปด้วยวิธีหลอมละลายหรือวิธีใด ๆ ซึ่งในส่วนนี้ยังไม่เป็นที่เปิดเผยเพราะเป็นกรรมวิธีที่เป็นความลับของผู้ผลิต แซฟไฟท์มีน้ำหนักมากมีความถ่วงจำเพาะมากถึง 3.97 - 4.03 ความแข็ง 1800 - 2200 Hv ทนความร้อนได้ถึง 2000 - 2100 องศาเซลเซียส มีดรรชนีส่งผ่านแสงสว่าง 85 - 88 และมีดรรชนีหักเหแสงอยู่ที่ 1.76 - 1.77

ด้วยกรรมวิธีผลิตที่ซับซ้อนทำให้กระจกชนิดนี้เป็นกระจกที่มีราคาสูงที่สุด ไม่สามารถขึ้นรูปซับซ้อนได้ ทำได้เพียงสร้างขึ้นเป็นรูปทรงเรขาคณิตพื้นฐานเท่านั้น ความแข็งสูงสุดของซัฟไฟท์ทำได้เท่ากับ 9 ในตารางสเกลของโมส์(Moh's scale)เท่านั้น ซึ่งถ้าเทียบกับเพชรที่อยู่ในอันดับสูงสุดแล้วยังห่างกันหลายเท่า แต่อย่างไรก็ตามกระจกชนิดนี้จะมีความแข็งสูงมากเป็นรอยได้ยาก แตกยาก แต่ถ้าถูกกดดันจนแตกก็จะไม่มีอาการใด ๆ บอกล่วงหน้าเลย ข้อเสียของกระจกชนิดนี้ก็คือตัวกระจกจะต้องพอดีกับตัวเรือนมาก ๆ เพราะเราไม่สามารถปรับแต่งขนาดของแซฟไฟท์ได้ด้วยวิธีธรรมดา

 

นอกจากกระจกใน 4 กลุ่มหลัก ๆ นี้แล้ว ยังมีกรรมวิธีปรับปรุงคุณสมบัติของกระจกในแต่ละชนิดให้มีความสามารถเพิ่มขึ้น เช่นเทคโนโลยี่การเคลือบผิวกระจก โค๊ทกระจกให้กันแสงสะท้อนด้วยวิธี PVD ซึ่งก็สามารถทำให้เคลือบผิวมีความแข็งสูง ไม่หลุดลอกง่าย ๆ กระจกในกลุ่มที่ สาม ที่ผ่านกรรมวิธีเคลือบกระจก อาจจะมีความแข็งของผิวหน้าใกล้เคียงกับแซฟไฟท์ได้ หรือกระจกแซฟไฟท์บางชิ้นเมื่อผ่านกรรมวิธีแล้วก็อาจจะมีความแข็งทัดเทียมใกล้เคียงกับเพชรเลยทีเดียว. 

 

เครดิต เว็บนาฬิกาเว็บใดซักเว็บ ขออภัยที่มิได้ระบุผู้ให้ข้อมูล

ปล. สวงนลิขสิทธิรูปภาพประโดย ลูกค้าร้าน Xpresswatch.com ห้ามมิให้นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์

เขียนข้อคิดเห็น:

ชื่อ :

Email :

ข้อคิดเห็น :

รหัสป้องกันสแปม :


เพิ่มข้อคิดเห็น